ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน.    ลืมรหัสผ่าน?
Go to bottomหน้า: 1
หัวข้อ : มุคฆอรีน
#45
admin
พลังน้ำใจ: 0
null
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 52
graph
ออฟไลน์ โปรไฟล์

ICQ#: null null null null null null null ที่ตั้ง: null
มุคฆอรีน
25.07.2010 20:04
ปริ๊นหน้านี้ Click this button to create a PDF document from this thread (opens in a new window).
เขียนโดย ป่าเบญจมาศ
ที่มา www.thaivolunteer.or.th/thaivo/index.php...d=368&Itemid=110



ร้อนเหลือเกิน ฤดูร้อนปีนี้ดูท่าจะเร่าร้อนกว่าปีที่ผ่านมา ต้นยางพาราผลัดใบลงเกลื่อนพื้น พักให้น้ำยางชั่วคราวเช่นทุกปี ทว่าปีนี้ดูจะต้องพักนานกว่าเคย ต้นยางพาราต้นเล็กที่สวนข้างโรงเรียน เหงาน้ำจนดูคล้ายเด็กขาดอาหารในประเทศเอธิโอเปีย หญ้าเขียวที่เคยระบัดใบยามหน้าฝน- สร้างความชื่นมื่นแก่ฝูงแพะของจ๊ะหริ่ง กลับเซาซบดั่งคนเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทะเลชราที่ล้อมรอบเกาะนั่นเล่า ก็ดูจะเจ้าอารมณ์มากขึ้นกว่าเดิม
ร้อนเหลือเกิน ฤดูร้อนปีนี้ดูท่าจะเร่าร้อนกว่าปีที่ผ่านมา ต้นยางพาราผลัดใบลงเกลื่อนพื้น พักให้น้ำยางชั่วคราวเช่นทุกปี ทว่าปีนี้ดูจะต้องพักนานกว่าเคย ต้นยางพาราต้นเล็กที่สวนข้างโรงเรียน เหงาน้ำจนดูคล้ายเด็กขาดอาหารในประเทศเอธิโอเปีย หญ้าเขียวที่เคยระบัดใบยามหน้าฝน- สร้างความชื่นมื่นแก่ฝูงแพะของจ๊ะหริ่ง กลับเซาซบดั่งคนเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทะเลชราที่ล้อมรอบเกาะนั่นเล่า ก็ดูจะเจ้าอารมณ์มากขึ้นกว่าเดิม

มุคฆอรีนคิดเล่นๆ ตามประสาชาวเกาะที่จบการศึกษาภาคบังคับ ผู้อาศัยหน้าจอโทรทัศน์เดินทางไกล พบและรู้จักดินแดนต่างๆ ผ่านความเอื้ออำนวยของแผงโซลาร์เซลล์ที่กรมพลังงานติดตั้งให้ เมื่อ 3 ปีก่อน สรุปว่า เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนี้ น่าจะมาจาก ‘ภาวะโลกร้อน'...

วันนี้, มุคฆอรีนตื่นแต่เช้า ใช้เวลาว่างหลังจากออกอวนตอนกลางคืน เยี่ยมสวนยางพาราของตนที่สวนข้างโรงเรียน ต้นยางพาราหลายต้นเริ่มป่วย - เขาคิด บ้างก็ร่อแร่เต็มประดา เดินพลางคิดคำนึงถึงหยาดฝน มิวายปรารถนาให้ฤดูฝนมาเยือนไวๆ

แบะ แบะ...

เสียงแพะของจ๊ะหริ่งส่งเสียงงอแงอยู่บนควนแอดแอ๊ด - ควนหนึ่งเดียวบนเกาะแห่งนี้

มุคฆอรีนเหลือบตามองทางต้นเสียง มิวายบ่นพึมพำถึงความร้อนอันแปลกประหลาด

พ้นเขตสวนยาง มุคฆอรีนเร่งฝีเท้าไปที่ร้านจ๊ะกา หมายนั่งเอ้อระเหยจิบกาแฟสักถ้วย ตบท้ายด้วยข้าวเหนียวหวานสักห่อ สองห่อ วันนี้เขารู้สึกหิวมากกว่าปกติ อาการปวดแสบปวดร้อนจากพิษแมงกะพรุนไฟลวกที่ต้นแขนขวาเมื่อคืน ยังไม่หายดีนัก

"วันนี้รับอะไรดีจ๊ะบัง..." จ๊ะกา แม่ค้าหน้าหวานโปรยคำหวานทักทาย

"กาแฟดำกับเหนียวหวานสองห่อ" มุคฆอรีนสั่งพลางวางก้นลงบนกระดานไม้ ที่ทำเป็นเก้าอี้

แดดสาย เพื่อนบ้านคุ้นหน้าทยอยเข้ามาในร้านเป็นลำดับ โต๊ะกาแฟเล็กๆ หน้าบ้านที่เปิดเป็นร้านค้า ยื่นยาวออกไปในทะเล แน่นพรึบ วันนี้คนอึกทึกเป็นพิเศษ - มุคฆอรีนคิด, ถึงคนมากแต่วันนี้เขาไม่อยากคุยกับใคร จึงนั่งกินอยู่เงียบๆ

นั่งจนกาแฟหมด มุคฆอรีนจ่ายเงิน แล้วเดินทอดหุ่ยกลับบ้าน ทอดเท้าเลียบชายทะเล ผ่านบ้านไม้ชั้นครึ่ง ซึ่งชั้นล่างเป็นเสาไม้ยื่นยาวออกไปในทะเล แบบเดียวกับบ้านชาวประมงริมฝั่งทะเลอันดามันทั่วไป เดินพลาง มือคลึงแผ่ใบจากสอดไส้ยาฉุนพื้นเมืองตรารำวง ข้างซองระบุจังหวัดกาญจนบุรีเป็นสถานที่ผลิต ก่อนหยิบไฟแช็คจุดสูบ ระบายควันสีเทาหม่น

วันนี้, มุคฆอรีนรู้ว่าตัวเองหงุดหงิด อาการปวดแสบที่ต้นแขนขวายังบาดผิวเนื้อ นี่กระมังที่ทำให้อารมณ์ของตนไม่อยู่กับร่องกับรอย เขาคิดพลางทอดตามองสายแดดรอบตัว มองไกลออกไป ชายหาดสีเหลืองระยิบระยับกรวดทราย เสฉวนตัวเล็ก แบกกระดองวิ่งขึ้นหลบแดด ทิ้งรอยเท้าเล็กๆ เอาไว้

มุคฆอรีนจ้องรอยเท้าเสฉวน พลางรู้สึกอิจฉาความเรียบง่ายของมัน...

เดินมาได้พักใหญ่ พ้นคุ้มในบ้าน เรือหัวโทงหลับสนิทอยู่บนผิวทะเล เสียงคลื่นแผ่วผิวคล้ายทะเลกำลังจำศีล ผิดกับเมื่อคืนที่คุ้มคลั่งประหนึ่งคนเมาอารมณ์

คิดถึงภาพทะเลเมื่อคืน มุคฆอรีนให้รู้สึกหวั่นหวาด แม้ชายหนุ่มเบญจเพส ลูกทะเลอย่างเขา ก็อดหวาดกลัวต่อความเกรี้ยวกราดของเกลียวคลื่นไร้มรสุมนั้นไม่ได้ คลื่นที่โยกคลอนเรือหัวโทงกว้าง 2 เมตร ยาว 10 เมตร ให้โยกโยนประหนึ่งคนเมาไกวชิงช้า ขณะที่เขากำลังสาวอวนปลาขึ้นเรือ โชคดีที่ทะเลบ้าไม่นานนัก แม่ย่านางจึงประทานปลาพอกินและเหลือขาย โชคยังดี - เขาคิดในใจ หากขนแขนตั้งชันดุจความกลัวจำหลักอยู่ในนั้น ทว่าขณะนี้...ขณะที่เขากำลังทอดตามองทะเลเดียวกันนี้ ท้องทะเลช่างสงบเสงี่ยมเหลือเกิน นี่กระมังที่ครูเคยบอกว่า ‘ใจคนดั่งคลื่นทะเล'

เขาคิดถึงคำพูดของครูบัญชา - ครูที่สอนให้เขารักและหวงแหนเกาะแห่งนี้...

ยาสูบใบจากหมดมวน มุคฆอรีนเร่งฝีเท้ากลับบ้าน บะ...เขาเกือบลืมว่าวันนี้มีธุระสำคัญต้องทำ เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ นี่ คงเป็นเพราะพิษแมงกะพรุนเป็นแน่...ที่ทำให้เขาเกือบลืมวันสำคัญไปได้..

คิดพลางรีบเร่งฝีเท้า

สนามเลือกตั้งพร้อมแล้ว นายอำเภอและทีมงานรวม 5 คน นั่งประจำเก้าอี้ ไกลออกไป มีหีบลงคะแนนสีเขียวขนาดเท่ากล่องใส่ทีวีสี 21 นิ้ว วางนิ่งบนโต๊ะนักเรียน ชิดผนังหอประชุมโรงเรียน ถัดจากหีบลงคะแนนมาข้างหน้า มีโต๊ะลงคะแนน 3 โต๊ะ มีฉากกั้นคนลงคะแนนทาสีเขียววางไว้ข้างบนเช่นเดียวกัน หน้าหีบลงคะแนนและฉากลงคะแนนทั้งสาม มีอักษรย่อ ‘กกต.' บอกชื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ ถัดออกไป มีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรสวมเครื่องแบบเต็มยศ ยืนรักษาการทะมัดทะแมง อีกด้านของหอประชุม โต๊ะปิงปองถูกแปรสภาพเป็นกระดานติดป้ายประกาศ บอกรายละเอียดและหมายเลขของผู้สมัคร...

มุคฆอรีนกำลังยืนอ่านประวัติผู้สมัครทั้ง สองหมายเลข, หมายเลข 1 คือ ป๊ะสุดาหรี อายุ 53 ปี ส่วนหมายเลข 2 คือบังร่อหมาน อายุ 36 ปี, ขณะกำลังยืนอ่านป้ายประกาศอยู่ดีๆ อาการปวดแสบปวดร้อนที่ต้นแขนขวาก็กำเริบขึ้นอีกครั้ง น้ำมะนาวแก้พิษแมงกะพรุน ที่มะทาให้หลังกลับจากออกอวนตอนหัวรุ่ง เอาไม่อยู่ เขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิด พลันยกมือซ้ายกุมตรงปากแผล ข่มใจอ่านประวัติผู้สมัครทั้งคู่ต่อ

ที่จริง...มุคฆอรีนไม่จำเป็นต้องอ่าน ประวัติคนทั้งคู่ก็ได้ ทั้งนี้เพราะ ‘ป๊ะสุดาหรี' และ ‘บังร่อหมาน' ต่างเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียง ที่เขาได้พบหน้าค่าตามาตั้งแต่คลอด ทั้งให้การนับถือมานาน แต่เนื่องจากวันนี้เขามาสาย คนเข้าแถวรอลงคะแนนมีมาก เขาจึงตัดสินใจปลีกตัวมาที่ป้ายประกาศพลางๆ

ยิ่งใกล้เที่ยง คนก็ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ เพื่อนบ้านที่เสร็จสิ้นภารกิจของตน เริ่มมาลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง เพื่อสรรหาผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ แทนคนเก่าที่เพิ่งปลดเกษียณไปเมื่อเดือนก่อน หลังปฏิบัติหน้าที่มากว่า 15 ปี ...15 ปี มากพอที่จะสร้างและทำลายบางสิ่งบางอย่าง ให้งอกเงยหรือสูญหายได้เลยทีเดียว โชคดี ที่ผู้ใหญ่บ้านคนเก่าเลือกที่จะสร้าง.. ความดีงามหลายอย่างจึงคงงอกเงยและดำรงอยู่ ใช่ โชคดี รู้สึกว่าจะโชคดีเช่นเมื่อคืนอีกครั้ง -มุคฆอรีนคิด พลางยิ้ม



มุคฆอรีนจำได้ว่าวานนี้ - ทางโรงเรียนบนเกาะ (โรงเรียนเก่าของเขา) ได้พานักเรียนชั้น

ป.1 - ป.6 ออกถือป้ายรณรงค์การเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านที่กำลังจะเกิดขึ้น ชูป้ายแสดงเจตนาสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ การเคารพซึ่งกันและกัน การไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ... คิดพลาง เขารู้สึกอุ่นใจที่เด็กๆ ในหมู่บ้าน มวลอนาคตของชุมชน ให้ความรู้จักและสนใจต่อการใช้สิทธิ์ ใช้เสียง ในระบอบประชาธิปไตย หากว่า วันนี้โรงเรียนปิด เพราะทางราชการใช้โรงเรียนเป็นศูนย์เลือกตั้ง เด็กๆหลายคนจึงได้แต่รออยู่ที่บ้าน แต่ก็มีบ้างที่มาสังเกตการณ์เลือกตั้งกับมะ, ป๊ะ

ความคิด และภาพดังกล่าว ทำให้มุคฆอรีนคิดถึงครูบัญชา คิดถึงครั้งที่ครูพาเขาและเพื่อนๆ ออกรณรงค์การเลือกตั้ง อบต. ในหมู่บ้าน แต่นั่นก็นานมาแล้วล่ะ สัก 13 ปีที่แล้วได้กระมัง...

แถวยังยาวเหยียด มุคฆอรีนผละจากป้ายประกาศ ไปนั่งที่โรงอาหาร เหลือบตามองนาฬิกาแขวนผนัง ที่ทางอำเภอติดไว้ตรงผนังหอประชุมโรงเรียน เหนือหีบลงคะแนน เหลือเวลาอีก 4 ชั่วโมงกว่าจะปิดหีบ อีกอย่าง วันนี้ เขาไม่เร่งร้อนอะไร กอปรกับอาการปวดแสบปวดร้อนจากพิษแมงกะพรุน ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด จึงไม่อยากไปยืนต่อแถวยาวเหยียด เกรงอารมณ์ของตนจะเหยียดยาวตามไปด้วย

หย่อนก้นไม่ทันร้อน บังซอและก็ตามเข้ามา แกยกเก้าอี้พลาสติกสีชมพูมานั่งใกล้ๆ

"วันนี้เลือกใคร..." บังซอและถามเบาๆ

"ยังไม่รู้เหมือนกัน" มุคฆอรีนตอบเรียบๆ

"เบอร์หนึ่งก็ดี เบอร์สองก็ดี บังหนักใจจริงๆ" บังซอและพูดคล้ายรำพึงรำพัน

มุคฆอรีนนั่งฟังอยู่เงียบๆ วันนี้เขารู้สึกไม่อยากคุยกับใคร เกรงตัวเองจะหงุดหงิดเอากับคนอื่น อีกอย่าง พิษแมงกะพรุนไฟก็คล้ายกำลังแผดเผาต้นแขนของเขาอยู่ไม่เว้นวาย

บังซอและไปต่อแถวรอลงคะแนนแล้ว ส่วนมุคฆอรีนยังนั่งอยู่ที่เดิม เวลาผ่านไปอีกชั่วโมง ทว่าแถวยังยาวเหยียด เขาคิด-เกาะเล็กๆ ไกลปืนเที่ยง กลางทะเลอันดามัน มีประชากรไม่เกิน 700 คน อย่างที่นี่ เกาะเล็กๆ ที่ไม่สลักสำคัญกับทางเศรษฐกิจใดๆ กระทั่งไม่จำเป็นต้องปรากฏบนแผนที่ประเทศก็ได้ ความห่างไกลน่าจะทำให้ พวกเขาเฉยเมยต่อสิทธิของตน หากว่าการณ์หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า แถวอันยาวเหยียด แววตาครุ่นคิดของเพื่อนบ้าน...ทำให้เขารู้สึกรักหมู่บ้านแห่งนี้มากยิ่งขึ้น อย่างน้อยคนที่นี่ก็เคารพซึ่งกันและกัน คิดพลางหวนคะนึงถึงข่าวการประท้วงที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร จากกลุ่มคนเสื้อเหลืองเสื้อแดง ที่ยืดเยื้อมากว่า 3 ปี ผ่านการรับรู้จากจอโทรทัศน์ ชวนให้เขารู้สึกเป็นกังวล เขาไม่รู้หรอกว่าใครถูกใครผิด แต่เท่าที่รู้คือ เขาไม่ชอบภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้น


มีอยู่ครั้ง สองครั้ง เท่าที่มุคฆอรีนนึกขึ้นได้ ตอนที่คนเสื้อเหลืองบุกยึดสนามบิน การคมนาคมกลายเป็นอัมพาต แล้วคนเสื้อเหลืองก็ประกาศชัยชนะ, อีกครั้งที่กลุ่มคนเสื้อแดง บุกโรงแรมที่พัทยา ทำลายการประชุมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในขณะนั้น แล้วคนเสื้อแดงก็ประกาศชัยชนะ เช่นเดียวกัน คิดๆ เขาอดสังเวชใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ อีกทั้งไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วใครชนะ..

ออกจากความคิด, มุคฆอรีนรู้สึกชื่นใจกับการเลือกตั้งของหมู่บ้านมากกว่า ถึงแม้การเมืองในระดับชาติ จะมีหลายคนบอกว่า - อย่าไปหวังอะไรมากนัก, แต่อย่างน้อย การเมืองระดับท้องถิ่นก็ยังพอหวังได้ อย่างน้อยที่สุด ก็ในหมู่บ้านแห่งนี้

มุคฆอรีนเชื่อว่า หากการเมืองระดับท้องถิ่นดี การเมืองระดับชาติก็จะดี อีกอย่าง เขาไม่ใช่คนที่จะสิ้นหวังกับอะไรง่ายๆ ใช่ เขาไม่ใช่คนที่จะสิ้นหวังกับอะไรง่ายๆ ดูอย่างเมื่อคืนนี้สิ ตอนที่เขาควบเรือหัวโทงไม่ให้พังพาบต่อเกลียวคลื่น กระทั่งแม่ย่านางเห็นใจ ยื่นมือเข้ามาช่วย เขาจึงได้ปลาพอกินและเหลือขาย นี่หากเขาใจอ่อน ยอมแพ้ง่ายๆ เสียแล้ว รับรองได้ว่า.. คิดพลางไม่อยากคิดต่อ หากว่า ไม่นานนักหรอก ทุกอย่างจะดีขึ้น เช่นเดียวกับความร้อนอันแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่นานนักหรอก ฝนก็จะตกลงมา เมื่อนั้นแหละ แพะของจ๊ะหริ่งก็จะไม่ต้องขึ้นไปกินใบไม้บนควนแอดแอ๊ดอีก ต้นยางเล็กๆ ที่กำลังอดอาหารเช่นเดียวกับเด็กๆ ในประเทศเอธิโอเปีย ก็จะกลับมาระบัดใบอีกครั้ง...

เวลาปิดหีบร่นสั้นเข้ามาทุกที นาฬิกาแขวนผนังเหนือหีบลงคะแนน บอกเวลาครึ่งชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดหีบ มุคฆอรีนลงคะแนนเสร็จแล้ว จึงเดินมายืนรอลุ้นผลการเลือกตั้งอยู่ข้างๆ นายตำรวจท่าทีทะมัดทะแมงคนนั้น เขาคิด -ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร คนที่เขาเลือกจะเป็นผู้ชนะหรือไม่ นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เท่ากับว่า วันนี้เขาได้ทำหน้าที่อันพึงทำแล้ว

มุคฆอรีนพ่นความคิดพร้อมควันยาสูบใบจาก พลางทอดตาดูท้องฟ้าเหนือเกาะ เมฆสีขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาดำ สายลมพัดโชยเร่งเร้า สายฟ้าแล่นแปลบปลาบไปมา ไม่นานนัก เสียงกลองสวรรค์พลันคำรามก้อง

มุคฆอรีนยิ้ม พลางวาดหวังให้เมฆฝนกลุ่มนั้นไปตกในกรุงเทพฯ และที่อื่นๆ บ้าง...


ป่าเบญจมาศ
 
null
The administrator has disabled public write access. ขึ้นบน
Go to topหน้า: 1