| โลกสดใสเพราะน้ำใจ |
|
|
|
| เขียนโดย Administrator |
| วันอังคารที่ 13 กรกฏาคม 2010 เวลา 21:09 น. |
ณ มหาวิทยาลัยต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง มีสระน้ำซึ่งร่มรื่นและอากาศเย็นสบาย นักศึกษาจึงนิยมมานั่งอ่านหนังสือและทำงานข้างๆ สระน้ำตลอดทั้งวัน แต่ต่อมานั้นปลาก็เริ่มเน่า ปลาสระทยอยตายวันละนับสิบตัว ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ นักศึกษาหลายคนโยกย้ายไปหาทำเลใหม่แทน แต่ก็มีบางคนที่ยังทนสูดกลิ่นปลาเน่าเพราะไม่มีที่อื่นจะไปผ่านไปหลายวัน ปลาก็ตายมากขึ้น กลิ่นก็แรงขึ้น โดยไม่มีวี่แววว่าเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยจะแก้ไขเรื่องนี้แต่อย่างใด แต่แล้วเช้าวันหนึ่งก็มีชายผู้หนึ่งขนเอาถุงดำและกระชอนใหญ่มาตักปลาเน่า ทั้งๆที่กลิ่นเน่าเหม็นแรงมากและปลาจำนวนมากก็เน่าเฟะดูไม่ได้ แต่เขาไม่มีทีท่ารังเกียจ นักศึกษาที่นั่งข้างสระประจำสังเกตว่า เขามาตักปลาเน่าทุกวัน แล้วก็ขนไปฝังหรือไม่ก็เอาเข้าเตาขยะที่คณะ นักศึกษาผู้หนึ่งอดสงสัยไม่ได้ จึงถามเขาถึงสาเหตุที่ทำเช่นนั้น ชายผู้นั้นอธิบายว่า ที่มาตักปลาเน่านั้น ไม่มีใครบังคับหรือได้ผลตอบแทน เพียงแต่ไม่อยากให้ “น้องๆ” มานั่งอ่านหนังสือและทำงานอย่างสบายใจ มี่กลิ่นอะไรมากวนใจ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลเดียว เหตุผลอีกประการหนึ่งคือ “ปลาที่เขาตายไปทุกๆ วันนี้ เขาก็เป็นเพื่อนร่วมโลกของเรา ขนาดบางคนที่ไม่ค่อยทำประโยชน์ให้กับสังคม แถมทำแต่ความเดือดร้อน เวลาเขาตายลงไป ยังมีคนมาอุตส่าห์จัดฌาปนกิจศพให้ มี่ใครทิ้งให้เน่าเหม็น แล้วนี่นับประสาอะไรกับปลาที่ไม่เคยมีพิษสงกับใคร มีแต่อุทิศเลือดเนื้อเป็นอาหาร ให้แก่มนุษย์แล้วนี่เราจะช่วยเก็บซากศพของเขาหน่อยไม่ได้เชียวหรือ” ชายผู้นั้นได้นำบรรยากาศอันงดงามน่าชื่นชมกลับมาสู่สระน้ำแห่งนั้นอีก ครั้งหนึ่ง วันนี้นักศึกษาใหม่จำนวนมากที่มานั่งพักผ่อนบนเก้าอี้หินข้างสระ น้อยคนที่รู้ว่า ครั้งหนึ่งสระแห่งนั้นเคยตลบอบอวลด้วยกลิ่นเหม็นเน่า สิ่งที่เขาเหล่านั้นสัมผัสมีแต่ความร่มรื่นเย็นสบายราวกับว่าเป็นอย่างนั้น มาชั่วนาตาปี ใช่หรือไม่ว่า โลกของเราก็เป็นเช่นสระน้ำแห่งนั้น ที่โลกเรายังน่าอยู่ (หรือไม่เลวร้ายไปกว่านี้) ก็เพราะมีบุคคลอย่างชายผู้นั้นทำงานอย่างเงียบๆ อยู่เบื้องหลังเป็นจำนวนมาก แรงจูงใจของเขาเหล่านั้น ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไร เขาเพียงแต่นึกถึงคนอื่น อยากให้ผู้อื่นมีความสุข ที่สำคัญก็คือ เขาไม่ได้แค่ “อยาก” เท่านั้น แต่เขายังลงมือทำด้วยตัวเอง โลกไม่ได้งดงามเพราะมีดอกไม้หลากสีสัน เท่านั้น แต่ยังงามเพราะน้ำใจของผู้คนหลากวัยหลากความคิด ที่ไม่ยอมนิ่งดูดายกับโลก อันที่จริงน้ำใจของคนเหล่านั้นไม่ได้พร่างพรมให้โลกสดใสเท่านั้น แต่ยังชโลมใจของเราให้สดชื่นและมีความหวังในชีวิต เพียงแค่ได้ยินเรื่องราวของชายผู้เก็บปลาเน่า หรือได้เห็นหญิงสาวจูงคนตาบอดข้ามถนน รอยยิ้มก็บังเกิดขึ้นที่หัวใจ ที่มา หนังสือ “เติมเต็มชีวิตด้วยจิตอาสา” พระไพศาล วิสาโล เขียน
|



ณ มหาวิทยาลัยต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง มีสระน้ำซึ่งร่มรื่นและอากาศเย็นสบาย นักศึกษาจึงนิยมมานั่งอ่านหนังสือและทำงานข้างๆ สระน้ำตลอดทั้งวัน แต่ต่อมานั้นปลาก็เริ่มเน่า ปลาสระทยอยตายวันละนับสิบตัว ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ นักศึกษาหลายคนโยกย้ายไปหาทำเลใหม่แทน แต่ก็มีบางคนที่ยังทนสูดกลิ่นปลาเน่าเพราะไม่มีที่อื่นจะไป

















