เด็กศรีสังวาลย์ หัวใจที่ไม่พิการ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 30 กรกฏาคม 2010 เวลา 17:32 น.

รู้สึกประทับใจ ดีใจที่เพื่อน ๆ ได้ออกทีวี ได้ร้องเพลงที่มีความหมายดี ๆ
ชอบตอนที่แม่บอกว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้ ความหมายดี ลึกซึ้ง ทำให้เรามีกำลังใจสู้ต่อไป
แม้ต้องเจอกับอุปสรรคที่มากมาย ยังมีแม่ที่ให้กำลังใจเราอยู่

น้องลูกเกด ด.ญ.อรธันยา ยุรศักดิ์พงศ์ วัย 13 ปี ชั้นป.5 นักเรียนโรงเรียนศรีสังวาลย์ บอกเล่าความรู้สึกถึงโฆษณาฮอตของบริษัทประกันชีวิต ที่มีเพื่อน ๆ ในโรงเรียนเป็นพรีเซ็นเตอร์ร่วมขับร้องบทเพลงถามไถ่ถึงอนาคตจากแม่ "Que Sera, Sera (Whatever Will Be, Will Be)" ซึ่งคอลัมน์สดจากเยาวชน รายงานบรรยากาศและบทสัมภาษณ์ 3 พรีเซ็นเตอร์น้อย ที่ร่วมโฆษณา และร่วมงานแสดง "น้อมรำลึกสมเด็จย่า" ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ในฉบับเมื่อวานนี้ (26 ต.ค.)

ในวันงานน้องลูกเกดสนุกกับการถ่ายรูปเพื่อน โดยบอกเล่าถึงอนาคตว่า ตอนนี้อยากเรียนให้จบก่อน และอยากเรียนคอมพิวเตอร์ต่ออีก 6 เดือน ยังไม่รู้ว่าจบแล้วจะไปต่อที่ไหน หาที่เรียนต่อยาก แต่ชอบคอมพิวเตอร์

โรงเรียนศรีสังวาลย์ เป็นของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บริการด้านการศึกษาแก่เด็กพิการทางร่างกาย

ครูสำเนาว์ อุทัศน์ วัย 33 ปี ครูดนตรี โรงเรียนศรีสังวาลย์ เล่าให้ฟังถึงการเรียนการสอนในโรงเรียนว่าใช้หลักสูตรปกติ แต่ปรับวิธีการและรูปแบบการสอนให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน ประกอบกับการทำกายภาพด้วย

เรารักที่จะสอนเด็กพิการ เราอยู่กับเด็กทุกวันด้วยความผูกพัน เราให้เขาด้วยใจ เขาก็ตอบเราด้วยใจ แม้จะเหนื่อยมากแต่เป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ เพียงแค่เราสอนให้เขาได้แสดงออกถึงศักยภาพ ไม่ใช่แค่ให้ใครสงสารหรือเวทนา แต่ไม่มีใครให้โอกาสเขา สิ่งที่เราทำเขาได้รับเราก็ได้รับในจุดเดียวกัน

เด็ก หลายคนกลับมาเป็นครูที่นี่ หลายคนเป็นนักกีฬาทีมชาติ ด้านดนตรีอาจน้อยหน่อย ด้วยข้อจำกัดเยอะโดยเฉพาะปัญหาในการศึกษาต่อ เมื่อเรียนจบชั้น ม.3 จากที่นี่แล้ว เด็กๆ จะเข้าไปศึกษาต่อในระดับ ม.4-6 ยากมาก แม้เป็นความฝันของเด็กและครู แต่มันยากมาก ด้วยทุนทรัพย์น้อย รวมถึงปัญหาเรื่องยานพาหนะ การขึ้น-ลงอาคารเรียน

รัฐบาลสนับสนุนให้เด็กพิการเรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี เด็กจะรับโอกาสได้อย่างไรในเมื่อจะเรียนต่อมัธยมปลายยังลำบาก เมื่อใกล้จบ ม.3 เป็นเรื่องที่ทั้งครูและเด็กสะเทือนใจมาก เราเองก็เครียดที่ไม่สามารถช่วยเขาได้ ยิ่งปัจจุบันเด็กส่วนใหญ่มีความพิการซ้ำซ้อนทางสมองมากขึ้น ทำให้มีขีดจำกัดและส่งผลถึงโอกาสของเขา

เด็กบางคนอยากเป็นพิธีกร นักพูด อยากเป็นดีไซเนอร์ เขาใช้ปากวาดรูป อยากเป็นนักดนตรี นักร้องก็มี แต่เราไม่มีเวทีให้เขาแสดงออก

"การ ให้กำลังใจเด็กๆ คือเราจะพูดความจริงให้เขาฟัง ให้เขายอมรับในความพิการ อาจทำร้ายจิตใจเขา แต่เราให้เหตุผลเขา และให้เขาใช้ความพยายามมากกว่าคนปกติ ถ้าเขาท้อจะไปไม่ถึง ถ้าเขาทำไม่ได้เราต้องช่วยเป็นแขนขาให้เขา ให้เขาเข้าถึงความสำเร็จ และต้องให้เขามีประสบการณ์ทางสังคม รู้จักใช้ชีวิต รู้จักตัวตนของตนเอง" ครูสำเนาว์ กล่าว

น้องพิม น.ส.ณัฐจุฑา อุลปาทร อายุ 19 ปี เด็กพิเศษ ศิษย์เก่าของโรงเรียนศรีวาลย์ ปัจจุบันศึกษาต่อหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน น้องพิมควงคู่มากับคุณแม่ สุภัตรา อุลปาทร โดยนำผลงานผ้าบาติกสี หวานมาร่วมจำหน่ายในงานด้วย

น้องพิม บอกว่า ชอบระบายสี ฟังเพลง เล่นไฮไฟว์ เอ็มเอสเอ็น บางครั้งก็ไปเที่ยวห้าง และชอบฟังเพลงลูกทุ่ง

โตขึ้นอยากเป็นอะไร พิมบอกว่า "ยังไม่ได้คิดเลยค่ะ แต่ชอบวาดรูป ทำผ้าบาติก ทำให้มีสมาธิ ทำให้ได้คิดว่าจะระบายสีอะไรดี"

คุณ แม่น้องพิมเล่าถึงลูกสาวคนเดียวว่า พิมเป็นซีพี มีอาการเกร็งมาก หมอจัดเป็นประเภทพัฒนาการยาก แม่ก็ดูแลเขาเหมือนเด็กทั่วๆ ไป เราต้องอยู่กับเขาเยอะๆ อย่าให้เขาโดดเดี่ยว ไม่อย่างนั้นเขาจะคิดไม่ได้ ทำไม่เป็น ไม่มีตัวอย่างให้ดู ถ้าเราอยู่กับเขา เราจะรู้จักเขา รู้ขีดความสามารถของเขา ไม่อย่างนั้นเราจะตีค่าเขาเป็นศูนย์ การศึกษาทำให้เขามีสังคม อยู่บ้านไม่ได้อะไรเลย

"แม่ ได้กำลังใจจากพฤติกรรมของลูก ได้เยอะกว่าที่คาด เราสองคนใจร้อนทั้งคู่ บางครั้งลูกก็บอกว่าแม่ใจเย็นสิ เขาเตือนสติเราได้ ตอนนี้ลูกทำผ้าบาติก บอกกับลูกว่าอย่าบอกให้คนช่วยซื้อ แต่ให้บอกว่าหนูทำเองค่ะ และไม่ต้องอายที่จะบอก"

อีกหนึ่งศิษย์เก่าโรงเรียนศรีสังวาลย์ นายปถวี เอโกบล หรือ ชล อายุ 28 ปี ที่มาเรียนคอมพิวเตอร์ของกลุ่มพัฒนาคนพิการได้ 2 สัปดาห์แล้ว เล่าให้ฟังถึงโฆษณาที่ออกมาว่า เห็นแล้วดีใจที่สังคมเมืองเห็นคุณค่าของคนพิการ

ชล มีพี่น้องฝาแฝด เขาเป็นแฝดผู้น้องที่เกิดมาขาแปหลังค่อมด้วย ตอนคลอดขาดออกซิ เจน ซ้ำร้ายวัยเด็กบ้านไฟไหม้ ชลช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ต่อมาเข้ารับการผ่าตัดและทำกายภาพ ทำให้เดินได้แม้ไม่เต็มร้อย แต่คุณภาพชีวิตดีขึ้น

ชล ซึ่งอยากทำงานด้านคอมพิวเตอร์ และอยากมีร้านเป็นของตัวเอง บอกว่าผมเองพอเดินได้ เวลาไปทำงานร่วมกับคนปกติมักถูกมองว่าเราทำงานได้ไม่เต็มที่ บางครั้งทำให้เราขาดความมั่นใจ แต่เราก็พยายามทำงานแข่งกับตัวเอง และไม่อยากเป็นภาระของคนอื่น ทั้งหมดนี้อยู่ที่ตัวเองด้วย

"ที่ ผ่านมาผมได้รับโอกาสจากกรมประชาสงเคราะห์ ทุกวันนี้ถ้าไม่มีสมเด็จย่า ไม่มีสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งทรงเห็นคุณค่าของคนพิการและทรงให้โอกาสได้เรียนได้มีความรู้... "ก็คงไม่มีพวกเรา"

โดย ปฤษณา กองวงค์



แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 30 กรกฏาคม 2010 เวลา 17:37 น.
 

ผู้สนับสนุน

เพื่อนบ้าน



จำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday54
mod_vvisit_counterYesterday198
mod_vvisit_counterThis week768
mod_vvisit_counterLast week1820
mod_vvisit_counterThis month1999
mod_vvisit_counterLast month7567
mod_vvisit_counterAll days28578